Nice to meet you, I’m your new Thailand Ambassador 😊

ตอนเรียนม.ต้น ก็เริ่มมีคนถามแล้วว่า “อยากเรียนต่อสายวิทย์ หรือสายศิลป์?”

พอเรียนม.ปลาย คำถามต่อไปคือ “มหาลัยฯ อยากเรียนอะไร?”

เมื่อใช้ชีวิตนิสิตได้ 4 ปี สิ่งที่ถูกถามต่อไปคือ “จะเรียนต่อป.โทมั้ย?” (ความคิดตอนนั้นคือ ป.ตรียังเอาตัวไม่รอดเลยนะ คิดไกลถึงป.โทแล้วเหรอ? ถามจริง?)

แต่ก็นั่นล่ะ รอดไม่รอดไม่รู้ แต่ตอนนี้ก็มาเรียนต่อปริญญาโทที่อังกฤษแล้ว 555+

เอาเป็นว่า สวัสดียามเช้า ยามบ่าย และยามเย็นค่ะทุกคน (แล้วแต่ว่าตอนนี้ทุกคนอยู่ในเขตเวลาไหนเนอะ) พี่ชื่อ ณัฐชา อินทราเวช แต่เรียกว่าออมสินก็ได้นะคะ แต่สำหรับเพื่อนชาวต่างชาติจะเรียกว่า แนท (เพราะชื่อออมสินออกเสียงยาก ให้ลองเรียกมาแล้ว…)

หลังจากจบป.ตรี คณะอักษรศาสตร์ เอกอังกฤษจากจุฬาฯ มาได้ราว ๆ 4 ปี (เพราะฉะนั้นหลังจากนี้ขอแทนตัวเองว่าพี่นะคะ คิดว่าหลาย ๆ คนที่อ่านบล็อกน่าจะอายุน้อยกว่า…) ตอนนี้ก็มาเรียนต่อปริญญาโทด้าน Creative Writing ที่ University of Surrey ซึ่งใช้เวลาเรียน 1 ปีค่ะ

มั่นใจมากว่าทุกคนต้องถามกลับมาแน่ ๆ ว่า มาเรียนอะไรนะ? อะไร writing นะ? มาเรียนต่อด้านการเขียนเหรอ? เอาจริงดิ? (เอาจริงสิ ไม่งั้นไม่มาถึงที่นี่!!!)

เอาเป็นว่าเรื่องคอร์สที่เรียนค่อยมาว่ากันในบล็อกถัด ๆ ไปนะคะ 😊

หลาย ๆ คนอาจมาเรียน pre-sessional course ก่อนเปิดเรียน แต่พี่ทำตัวเปรี้ยวค่ะ ไม่เรียน pre-sessional course มาถึงสัปดาห์ปฐมนิเทศก่อนเปิดเรียนเลย มาถึงปุ๊บ อึ้งปั๊บ…ฟังทันบ้างไม่ทันบ้าง British accent โหดกันอย่างที่เขาว่ากันจริง ๆ นั่นแหละค่ะ 5555+ ถ้าน้อง ๆ คนไหนไม่มั่นใจด้านภาษา สามารถมาเรียน pre-sessional course ที่มหาลัยฯ ก่อนได้นะคะ เห็นว่าสามารถเลือกเรียนได้นานสุดถึง 12 สัปดาห์เลย ช่วงนั้นก็จะได้เพื่อนใหม่ ๆ เยอะเลยล่ะ ทั้งเพื่อนคนไทย และเพื่อนคนต่างชาติ (ฟังเขามาอีกทีค่ะ 555+)

มาเรียนที่นี่ 1 ปี พี่พักอยู่ที่หอของมหาลัยฯ ที่ Manor Park Student Village

Manor Park Student Village
Manor Park Student Village

ห้องพักที่พี่อยู่เป็นห้องพัก Band D Ensuite Room

Band D Room (Ensuite Room) – Manor Park

บอกตามตรงว่าห้องใหญ่กว่าที่คิส…

ถึงจะเป็นห้องพักเดี่ยว แต่ห้องครัวใช้ร่วมกันเพื่อนร่วมแฟลทนะ แฟลทที่พี่อยู่มีทั้งหมด 6 คน ซึ่งแฟลทเมทเป็นผู้หญิงล้วนค่ะ มาจากหลากหลายชาติมาก ทั้งฮ่องกง จีน อาเซอร์ไบจาน กรีซ และรัสเซีย

ทุกคนน่ารัก แฮปปี้ 😊 บอกเลยว่าได้เห็นวัฒนธรรมการกินอาหารที่ต่างจากเรามาก!!!

จาก Manor Park ไป Stag Hill ซึ่งหลัก ๆ แล้วคลาสเรียนจะอยู่ที่นั่นนะ ถ้าเดินเท้าใช้เวลาประมาณ 20-25 นาที ถ้านั่งรถเมล์ก็ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที วันไหนที่อยากออกกำลังกายก็เดินไปได้นะ พี่เดินมาแล้ว 555+

ใกล้ ๆ กับ Manor Park ก็จะมี Tesco (ไม่มี Lotus) ที่เดินไปแค่ 10 นาทีก็ถึงแล้ว เป็นแหล่งที่จะทำให้เรารอดชีวิตอยู่ได้ค่ะ!!

แต่ที่ใกล้กว่า Tesco ก็ Surrey Sports Park นี่ล่ะค่ะ การันตีคุณภาพระดับประเทศ เพราะเป็นที่ที่นักกีฬาโอลิมปิกมาใช้ฝึกซ้อมด้วย!! เดินไปแค่ 5 นาทีก็ถึงแล้ว มีทั้งยิม สระว่ายน้ำ คอร์ทเทนนิส คอร์ทสควอช ห้องปั่นจักรยาน ห้องโยคะ คอร์ทเล่นบาส/แบตมินตัน โอ๊ย เยอะแยะไปหมด

บล็อกถัด ๆ ไปเราค่อยมาคุยกันเรื่องห้องพัก และรอบ ๆ Manor Park กันเนอะ 😊

นับจากวันแรกที่เท้าเหยียบแผ่นดินอังกฤษ ก็ผ่านมาเกือบ 2 เดือนแล้ว หรือก็คือเปิดเทอมแรกมาได้เกือบ 2 เดือนแล้วเช่นกัน บอกเลยว่ามีหลาย ๆ อย่างที่อยากเล่า อยากแชร์ให้ทุกคนได้รู้ ทั้งชีวิตความเป็นอยู่ อาหารการกิน เพื่อน วัฒนธรรม สถานที่ท่องเที่ยวทั้งในเมืองและนอกเมือง รวมไปถึงมหาลัยด้วย

University of Surrey Lake

และบล็อกนี้ก็เป็นแค่บล็อกแรกเท่านั้น เรายังได้เจอกันอีกยาว ๆ ตลอด 1 ปีนี้แน่นอนค่ะ 😊

เพราะฉะนั้น “I’ll be back.” เจอกันอีกครั้งในบล็อกหน้านะคะ

ในระหว่างนี้ถ้าใครมีคำถามหรือสงสัยในเรื่องไหน ส่งอีเมล์มาสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ international@surrey.ac.uk ได้เลย แต่แน่นอนค่ะ…in English นะคะ 5555+